fbpx

4 ก้าวสู่วิธีเก็บเงินล้านแรก

4 ก้าวสู่วิธีเก็บเงินล้านแรก

4 ก้าวสู่วิธีเก็บเงินล้านแรก

เมื่อพูดถึงเงินล้านไม่ว่าใครก็อยากมีใช่ไหมครับ แน่นอนครับใครจะไม่อยาก แต่การจะมีเงินล้านได้นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะได้มาอย่าง่ายดาย ไม่งั้นทุกคนก็คงมีกันหมดแล้วคุณก็ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาอ่านบทความนี้ อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากมากมายขนาดนั้น

สิ่งสำคัญสำหรับล้านแรกคือการสร้างนิสัยสำหรับสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้นมา เปรียบเหมือนร่างกายของคุณ เงินล้านแรกคือร่างกายที่แข็งแรงไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ถ้าคุณอยากมีร่างกายที่แข็งแรงคุณก็ต้องสร้างนิสัยที่ส่งผลดีต่อสุขกาพร่างกายของคุณก่อน ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับนิสัยของคุณครับ ถ้าต้องการลดน้ำหนักมีร่างกายแข็งแรงแต่คุณยังไม่ออกกำลังกาย กินอาหารที่ส่งผลเสียต่อร่างกายเป็นประจำ คุณก็ไม่มีทางไปถึงเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ได้ เช่นเดียวกับทางการเงินถ้าคุณไม่เปลี่ยนนิสัยที่แย่ทางการเงินของคุณ คุณก็ไม่มีทางที่จะมีเงินเก็บแบบยั่งยืนได้

บทความนี้จะเป็นบทความที่บอกถึง 4 ก้าวแรกสู่นิสัยทางการเงินที่ดีและจะนำไปสู่วิธีเก็บเงินล้านแรกได้และยั่งยืนอีกด้วย

ก้าวแรกสู่วิธีเก็บเงินที่ดี

ก้าวแรกสู่วิธีเก็บเงินที่ดี

ก้าวแรกที่ดีที่สุดคือการเห็นเงินให้น้อยที่สุด คุณลองจินตนาการว่าคุณกำลังจะซื้อข้าวเย็นคุณมีเงินอยู่ในกระเป๋าตังคุณอยู่ 500 บาท คุณจะกินอะไรครับ? คุณอาจจะเลือกกินอาหารตามสั่ง 30-50 บาท หรือร้านหรูขึ้นมาหน่อย 70-200 บาทหรือบุฟเฟต์ 200 – 500 บาท แต่ถ้าในกระเป๋าตังคุณเหลือตังอยู่ 50 บาท คุณจะกินอะไร? แน่นอนครับอาหารตามสั่งหรือไม่ก็อาจจะไม่กินเลย นี้คือหลักการง่าย ๆ คือเมื่อคุณเห็นอะไรมีน้อยคุณก็จะใช้น้อยลงตาม

ดังนั้นก้าวแรกของคุณคือ “แยกบัญชี” แยกออกไปเลยครับว่าบัญชีไหนสำหรับทำอะไร บัญชีนี้สำหรับออม บัญชีนี้สำหรับใช้จ่ายทั่วไป บัญชีนี้สำหรับฟุ่มเฟือย แยกออกไปเลยครับ วิธีที่ดีที่สุดในการแยกบัญชีคือแยกบัญชีธนาคารออกมาตามประเภทที่คุณจัดเลยครับ คุณอาจจะเสียเวลาตรงต้องไปเปิดบัญชีธนาคารแต่ผมรับประกันเลยว่าวิธีนี้ได้ผลดีที่สุดเพราะเมื่อคุณเห็นเงินในบัญชีเหลือน้อย คุณจะไม่ค่อยใช้ครับ รายจ่ายต่าง ๆ ก็จะลดลงไปเอง คุณสามารถใช้แอพพลิเคชั่น Pigger เพื่อแยกบัญชีเงินตามที่คุณต้องการได้โดยไม่ต้องไปเปิดบัญชีธนาคาร หรือวางแผนคร่าวๆ ด้วยเครื่องมือวางแผนแยกบัญชี

ก้าวสองสร้างนิสัยทางการเงินด้วยการจด

ก้าวสองสร้างนิสัยทางการเงินด้วยการจด

ก้าวที่สองคือการจดบันทึกรายรับรายจ่าย ถ้าเปรียบเสมือนร่างกาย การจดรายการต่าง ๆ ก็คือการออกกำลังกาย เพราะการจดบันทึกจะทำให้คุณเห็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและสามารถตัดออกไปได้ เหมือนกับการที่คุณไปวิ่งเพื่อกำจัดไขมันออกจากร่างกาย ดังนั้นคุณควรจดบันทึกให้เป็นนิสัยครับ

ในช่วงเริ่มแรกคุณอาจจะไม่จำเป็นต้องจดละเอียดมากเพราะจะทำให้เลิกจดไปได้ง่าย ๆ เมื่อคุณลืมจดอะไรบางอย่างไป จะรู้สึกไม่อยากจดต่อ ดังนั้นในช่วงแรกผมแนะนำให้คุณจดคร่าวๆ ก่อนครับยังไม่ต้องลงรายละเอียดเยอะ การที่จะสร้างนิสัยขึ้นมาได้นั้นควรเริ่มจากการทำทีละเล็กน้อยทุกวันจนเกิดเป็นนิสัย แล้วต้องเล็กน้อยขนาดไหน? เล็กขนาดที่คุณคิดว่าแค่นี้เองหรอ? คุณอาจจะเริ่มบันทึกแค่วันละรายการก่อนก็ได้ครับ เช่นวันนี้จ่ายไปทั้งหมดเท่าไร สิ่งสำคัญไม่ใช่รายละเอียดทีต้องถูกต้องที่สุดแต่คือการสร้างนิสัยขึ้นมาใหม่ เมื่อคุณเห็นยอดรายจ่ายบ่อย ๆ คุณก็จะลดรายจ่ายไปเองครับ

ก้าวสามเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม

ก้าวสามเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม

ก้าวต่อมาในสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดีก็คือเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม คุณลองนับดูว่าในหนึ่งวันคุณเห็นโปรโมชั่นลดราคาของต่าง ๆ มากแค่ไหนโดยเฉพาะใน Facebook Twitter คุณลองนับดูว่าเพจขายของ โปรโมชั่นลดราคาที่คุณเคยกดไลค์หรือติดตามมีมากเท่าไร นั้นแหละครับตัวสร้างกิเลสชั้นดี คุณไม่สามารถหนีโฆษณาได้ตลอดแต่คุณสามารถจำกัดการรับรู้ให้น้อยลงได้ครับ พูดง่าย ๆ ก็คือถ้าไม่เห็นก็ไม่อยากได้ ลดการมองเห็นดูครับ ไม่ว่าจะเป็นในโซเชียลหรือแม้กระทั้งการไปเดินห้าง ถ้าคุณไม่เห็นของต่าง ๆ ที่อยู่ในห้างคุณก็จะไม่อยากได้ วิธีการนี้เป็นการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่ง่ายและได้ผลที่สุดครับ

ก้าวสี่กำจัดนิสัยเสียทางการเงิน

ก้าวสี่กำจัดนิสัยเสียทางการเงิน

ก้าวสุดท้ายที่จะไปสู่ร่างกายที่แข็งแรงทางการเงินได้แก่ตัดนิสัยเสียทิ้งไป นิสัยเสียที่แย่ที่สุดสำหรับทางการเงินคือการผ่อนครับ การผ่อนในที่นี้คือการผ่อนที่ฟุ่มเฟือยหรือของที่ไม่จำเป็น การผ่อนบ้านหรือรถเป็นสิ่งที่จำเป็นในปัจจุบันจะถือว่าเป็นข้อยกเว้น แต่การซื้อบ้านหรือรถก็ควรซื้อให้เหมาะกับรายได้ปัจจุบันด้วยนะครับ

ที่นี้เรามาพูดถึงการผ่อนแบบฟุ่มเฟือยกันดีกว่า การผ่อนแบบฟุ่มเฟือยได้แก่ มือถือ คอมพิวเตอร์ แอร์ ทีวี ตู้เย็น กระเป๋า เกมส์ หรือ การไปเที่ยว คุณอาจจะบอกว่าหลายอย่างที่ผมกล่าวมาก็จำเป็นนะ ใช่ครับมันจำเป็นแต่มันจำเป็นต้องผ่อนหรือเปล่า? 0% 3 เดือน 6 เดือน 10 เดือน เป็นข้อเสนอที่ดีสุด ๆ ไปเลยใช่ไหมครับ ได้เอาของมาใช้ก่อนแถมทยอยจ่ายเงินทีหลังอีกต่างหาก ฟังดูแล้วมีแต่ได้กับได้แล้วมันแย่ตรงไหน

มันแย่ตรงที่มันจะสร้างนิสัยที่ใช้เงินเกินตัวขึ้นมาครับ เปรียบเสมือนกับการที่คุณบอกตนเองว่าขอกินก่อนค่อยไปออกกำลังกายเพื่อเอาออกที่หลัง สุดท้ายก็ติดนิสัยการกินเยอะทำลายสุขภาพ เช่นเดียวกับการผ่อนก็จะทำให้คุณมีนิสัยจ่ายเงินง่าย คุณจะคิดน้อยลง จ่ายไปเลยเพราะเดียวค่อยจ่ายทีหลัง

คำแนะนำของผมคือถ้าไม่มีก็ไม่ซื้อเพราะการที่เราดึงเงินในอนาคตมาใช้นั้นอันตรายอยู่พอสมควรเพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ต้องใช้เงินฉุกเฉินหรือเปล่าก็ไม่รู้ นอกจากนี้การจ่ายเงินทีเดียวจะทำให้คุณคิดเยอะขึ้น พิจารณาก่อนจ่ายได้ดียิ่งขึ้น ลดการจ่ายที่ไม่จำเป็นมากขึ้นอีกด้วย

สุดท้ายคุณจะสังเกตได้ว่าไม่มีอะไรซับซ้อนเพราะสุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับนิสัยหรือพฤติกรรมของคุณเอง ผมเองก็เคยเห็นคนหารายได้เดือนเป็นแสนแต่ยังไม่มีเงินเก็บซักที เพราะพฤติกรรมทางการเงินเขาแย่ ต่อให้หามาได้เท่าไรก็ออกไปเท่านั้น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับวิธีเก็บเงินก็คือนิสัยคุณเองครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *