fbpx

LTF RMF ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร

LTF RMF ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร

LTF RMF ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร

เมื่อเข้าสู่ช่วงสิ้นปีมนุษย์เงินเดือนอย่างเราก็ต้องมองหากองทุนดี ๆ มาเพื่อลดหย่อนภาษี ไม่ว่าจะกองทุน LTF หรือ RMF เพื่อมาลดหย่อนภาษี แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่าทั้งสองกองทุนลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ซื้อตัวไหนดี สองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร ทาง Pigger จะช่วยมนุษย์เงินเดือนตอบข้อสงสัยเหล่า

LTF RMF ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร

กองทุนรวมระยะยาว (LTF) สามารถลดหย่อนภาษีได้ 15% ของรายได้แต่ไม่ 200,000 บาท ต้องซื้อก่อนสิ้นปี
ในส่วนของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) นั้นสามารถลดหย่อนภาษีได้ 15% รายได้ไม่เกิน 500,000 บาท แต่ในส่วนของ RMF จะมีเงื่อนไขเพิ่มมาถ้าคุณมีประกันชีวิตแบบบำนาญ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  กบข. หรือกองทุนสงเคราะห์ครู โดยประกันชีวิตแบบบำนาญลดหย่อนได้ 15% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000 บาท และในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กบข. / กองทุนสงเคราะห์ครู 15% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000 ทั้ง RMF ประกันชีวิตแบบบำนาญ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  กบข. และกองทุนสงเคราะห์ครู ต้องรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท

กองทุนรวมระยะยาว (LTF) 15% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000 บาท สิ้นสุดปี 2562
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) 15% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000 บาท
ประกันชีวิตแบบบำนาญ 15% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000 บาท รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กบข. / กองทุนสงเคราะห์ครู 15% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000 บาท

ซื้อกองทุนไหนดี?

ถ้าที่คุณจะต้องเลือกระหว่างสองกองทุน นั้นคุณต้องเข้าใจความเสี่ยงของทั้งสองกองทุนเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น อันดับแรกกองทุนรวมระยะยาวคือกองทุนที่จะนำเงินไปลงทุนกับหุ้นเป็นหลัก 65% ใครที่กำลังคิดที่จะซื้อ กองทุนนี้ต้องยอมรับความเสี่ยงได้ ถ้าคุณยอมรับความเสี่ยงได้เราแนะนำให้ลงในกองทุนนี้ ซึ่งก็มีความคาดหวังผลตอบแทนสูงกว่า โดยคุณจะต้องถือยาวเป็นระยะเวลา 7 ปีนับจาก พ.ศ. ที่เราซื้อและตอนขายจะต้องครบ 7 ปี

ในส่วนของรวมเพื่อการเลี้ยงชีพนั้นจะมีความหลากหลายมากกว่า โดยมีกองทุนที่ลงทุนทั้ง หุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ คุณสามารถเลือกความเสี่ยงของแต่ละกองทุนได้ตามใจคุณ การลงทุนในกองทุนนี้ จุดประสงค์หลักคือการออมเพื่อการเกษียณดังนั้นเงื่อนไขคือ คุณจะต้องลงทุนทุกปีว่างเว้นไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน ต้องถือกองทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีและต้องถือครองไปจนถึงอายุ 55 ปี ดังนั้นถ้าใครวางแผนถึงจะดึงเงินออกมาใช้ก่อนอายุ 55 ปี เราไม่แนะนำกองทุนนี้

อย่างไรก็ดีถ้าคุณมีเงินเก็บเยอะเราแนะนำว่าลงทุนไปทั้งสองแบบเลยได้ทั้งลดหย่อนภาษี ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการเอาเงินเก็บไว้ธนาคารเฉย ๆ และได้มีเงินใช้หลังเกษียณ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *